ทำความสะอาดบ้านไม่ใช่เรื่องใหญ่หากใส่ใจและลงมือทำ

update10
การทำความสะอาดบ้านอาจะไม่ใช่เรื่องใหญ่หากเจ้าของหมั่นดูแลปัดกวาดเช็ดถูหรือจัดเก็บให้เรียบร้อยเป็นประจำทุกวี่วัน แต่ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป ฝุ่นและคราบสกปรกต่างๆจะสะสมเยอะมากจนมีสภาพเกินจะรับไหว อาจจะทำความสะอาดได้ยากมากจนทำให้ต้องซื้อของใหม่กันเลยทีเดียวเกิดการสิ้นเปลืองสตางค์ในกระเป๋าเป็นอันมาก วันนี้เราจะมีพูดถึงปัญหาเกี่ยวกับการทำความสะอาดและการจัดระเบียบพื้นที่ภายในบ้านพร้อมไอเดียน่าสนใจเพื่อนำไปทำตามได้ไม่ยาก

ตัวอย่างแรกที่จะมาพูดถึงกันก็คือเทคนิคการทำความสะอาดผ้าม่าน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยกรองแสงแดด และยังนับเป็นเป็นของตกแต่งภายในบ้านอีกอย่างหนึ่งด้วย คงจะไม่ดีแน่หากปล่อยให้ผ้าม่านสกปรกเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค การทำความสะอาดม่านแต่ละอย่างก็มีวิธีที่แตกต่างกัน อาทิเช่น  ม่านแขวน ม่านประเภทนี้จะมีหูร้อยสำหรับใส่ราวแขวนซึ่งสามาถถอดผ้าม่านออกไปซักได้และตากแดดแรงๆสักหน่อยก็เยี่ยมยอดแล้ว ม่านแบบมู่ลี่ ม่านประเภทนี้สามารถม้วนหรือดึงเพื่อปรับแสงได้ ทำจากวัสดุหลายประเภทเช่นไม้ พลาสติกพีวีซี อะลูมิเนียม การทำความสะอาดสามารถใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น อาจจะใช้เครื่องดูดฝุ่นและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดซ้ำเพื่อให้สะอาดยิ่งขึ้นได้ด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งที่จะพูดถึงก็คือพื้นไม้ เชื่อได้ว่าเจ้าของบ้านทุกคนคงอยากจะให้พื้นไม้ในบ้านตัวเองดูสวยงามเงาวับตลอดเวลา แต่ก็คิดว่าวิธีทำนั้นยุ่งยาก บางคนจึงเลือกทำความสะอาดด้วยการถูพื้นไม้ด้วยน้ำธรรมดาก็ให้ผลได้ไม่เงางามเท่าที่ควรจะเป็น วิธีที่เราจะมาแนะนำกันก็คือเพียงใช้น้ำส้มสายชูที่มีอยู่ในครัวของคุณนั่นแหละ มาผสมน้ำโดยใช้สัดส่วนน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยกับน้ำ 8 ลิตร จะช่วยขจัดฝุ่นละออง ฆ่าเชื้อโรค และทำให้พื้นไม้ดูเงางามได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังใช้วัสดุธรรมชาติอย่างกากมะพร้าวมาช่วยขัดเพิ่มความเงาที่ได้จากน้ำมันที่มีอยู่ในกากก็จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้อีกแยะ

ตัวอย่างสุดท้ายที่จะว่ากันในวันนี้คือการกำจัดคราบน้ำมันในครัว ซึ่งเป็นปัญหาหนักอกของคุณแม่บ้าน เป็นงานขัดที่หนักมากในการทำความสอาดแต่ละครั้ง ยิ่งถ้าปล่อยไว้นานคราบจะฝังแน่นและทำความสะอาดได้ยากยิ่ง การลงมือทำความสะอาดสามารถจัดการได้ไม่ยากอย่างที่คิดเพียงแค่ใช้น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำร้อนและน้ำยาทำความสะอาดเล็กน้อย หรืออาจจะผสมเบกกิ้งโซดาที่ใช้ล้างผักผลไม้ลงไปเล็กน้อย ใช้ผ้าหรือฟองน้ำชุบและเช็ดบริเวณที่เป็นคราบให้ทั่ว รอจนแห้งเช็ดซ้ำอีกครั้ง และหลังจากนั้นก็เช็ดด้วยผ้าชุบน้ำสะอาดเป็นรอบสุดท้าย เพียงเท่านี้คราบฝังแน่นบนผนังแตะเตาก็จะหมดไป

Leave a Reply